หากกล่าวถึง “ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง” นับว่าเป็นเรื่องใหม่ที่หลายคนให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นแนวทางใหม่ที่ยังไม่คุ้นชินในเมืองไทยเท่าใดนัก หนึ่งสิ่งที่มาพร้อมกับการประชาสัมพันธ์และการนำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี คือความไม่มั่นใจและกังวลใจต่อการตรวจตลอดจนความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์จากการตรวจด้วยชุดตรวจเอชไอวี เมื่อเปรียบเทียบกับการตรวจในสถานพยาบาล จะมีความแตกต่างหรือไม่อย่างไร รวมทั้งการเปรียบเทียบความคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพที่ได้มา เรียกง่าย ๆ ว่าเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ได้คิดค้นมาเพื่อลดอัตราการแพร่กระจายของเชื้อเอชไอวี ด้วยวิธีการตรวจด้วยตนเองยังเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนมองว่าเป็นเครื่องมือที่ต้องให้ความระมัดระวัง ทั้งในด้านการตรวจที่ต้องมีความเข้าใจอย่างละเอียด และความรู้ความเข้าใจในการรับมือต่อผลตรวจอีกด้วย

ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองได้เริ่มประกาศให้จำหน่ายได้อย่างถูกต้องเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ไม่นานเท่าไรนักต่อการรับรู้ ในประสิทธิภาพและข้อดีของ ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองนี้ ดังนั้นบทความนี้เราจึงเลือกที่จะนำเสนอเนื้อหาให้ได้ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง โดยเราจะเจาะลึกไปที่ประสิทธิภาพตลอดจนขั้นตอนการตรวจอย่างครอบคลุมให้มากที่สุด

ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองได้รับอนุญาตในไทยแล้ว

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2562 ได้มีการประกาศให้ ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการคัดกรองเอชไอวีที่สามารถจำหน่ายได้อย่างถูกต้องภายในประเทศไทย กล่าวโดยรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในขณะนั้น จากแต่เดิมในไทยเป็นฐานการผลิตที่มีผู้ประกอบการจำนวนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้ประกาศให้สามารถขึ้นทะเบียน และเมื่อได้มีการพิจารณาจากสภากาชาดไทยร่วมกับกรมควบคุมโรค และหน่วยงานด้านเอดส์ต่าง ๆ ได้ลงมติว่าชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองมีประโยชน์อย่างแท้จริง อ้างอิงจากการค้นคว้าวิจัยประกอบกับองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่ามีประสิทธิภาพที่น่าเชื่อถือ สามารถใช้ในการคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีเบื้องต้นได้อย่างแม่นยำ

ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง อินสติ INSTI คือหนึ่งในชุดตรวจที่ขึ้นชื่อว่ามีความรวดเร็วที่สุดในโลกขณะก็ว่าได้ โดยได้ผ่านการทดสอบนับครั้งไม่ถ้วนแล้วว่ามีประสิทธิภาพดีกว่าชุดตรวจทั่วไปที่สามารถทราบผลได้ใน 15 นาทีขึ้นไป ซึ่งชุดตรวจนี้ได้ยืนยันแล้วว่าให้ผลการตรวจได้ภายในเวลาเพียงแค่ 1 นาทีเท่านั้น พร้อมกันนี้ยังมีการออกแบบอุปกรณ์ในการใช้งานได้อย่างเหมาะสม แม้ว่าผู้ตรวจจะเคยมีประสบการณ์การตรวจด้วยตัวเองหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ยังผ่านการรับรองแล้วว่ามีความแม่นยำด้วยรูปแบบการตรวจจับอิมมิวโนโกลบูลินเอ็ม (IgM) และ อิมมิวโนโกลบูลินจี (IgG) ซึ่งเป็นแนวทางการคัดกรองเอชไอวีเบื้องต้นที่ได้รับการยอมรับจากสากลนั่นเอง

ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง อินสติ INSTI ตรวจเองได้ง่าย ๆ จริงหรือ?

ปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อสงสัยนี้เกิดขึ้นกับทุกคนที่กำลังตัดสินใจใช้งานชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง อินสติ INSTI รวมไปถึงผู้ที่ต้องการตรวจด้วยชุดตรวจอื่น ๆ ที่มีจำหน่ายทั่วไป จากการนำเสนอของคุณสมบัติของชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองหลากหลายผู้ผลิต อาจส่งผลต่อความมั่นใจมากน้อยแตกต่างกันไป เพราะด้วยสาเหตุหลักคือรูปแบบการตรวจที่มีให้เลือกใช้งานทั้งแบบเจาะเลือดและแบบตรวจจากน้ำลาย รวมไปถึงระยะเวลาในการทราบผลที่แตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน จึงทำให้เกิดความสับสนต่อข้อเท็จจริงจนนำไปสู่ความกังวลใจในการเลือกใช้ในที่สุด ดังนั้นในเนื้อหาต่อไปนี้เราได้รวบรวมความรู้ต่าง ๆ เพื่อให้ทำความเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น

  • ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง อินสติ INSTI เป็นเครื่องมือการตรวจคัดกรองเอชไอวีเบื้องต้นที่ใช้รูปแบบการตรวจด้วยการเจาะเลือดจากปลายนิ้ว โดยมีการออกแบบอุปกรณ์ในการเจาะเลือดที่มีขนาดกะทัดรัด สามารถใช้งานง่ายได้ด้วยตัวเอง เข็มจะอยู่ในเครื่องมือที่จับด้วยมือข้างเดียวได้สะดวก และใช้แรงในการเจาะจากการกดปลายอุปกรณ์ให้ยุบลงเท่านั้น
  • ภายในชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองจะมีเอกสารคู่มือใช้งานให้อ่านทำความเข้าใจอย่างครบถ้วน รวมไปถึงแหล่งข้อมูลแนะนำการใช้งานที่เข้าใจได้ง่ายขึ้น เช่น วิดีโอ รูปภาพ หรือ ช่องทางการติดต่อเพื่อข้อคำแนะนำโดยตรงจากผู้จัดจำหน่าย
  • ขั้นตอนในการทดสอบผลเลือดจากชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง จะมีเพียง 3 ขั้นตอนหลัก ๆ เท่านั้น โดยการเขย่าและเทน้ำยาตรวจที่กำหนดมาให้ 3 หมายเลขตามลำดับ
  • การอ่านผลตรวจจะใช้การสังเกตจุด 2 จุดเท่านั้น โดยจะมีการแสดงผลทั้งหมด 3 รูปแบบ 
  1. Reactive หรือ เกิดปฏิกิริยา ผู้ตรวจอาจติดเชื้อเอชไอวี หรือ อาจไม่ติดเชื้อเอชไอวี (*แต่เกิดจากผลบวกปลอม) สามารถสังเกตได้จากจุด 2 จุด ที่ปรากฏขึ้น และแม้ว่าจุดที่ 2 ด้านล่างตัว C จะเลือนรางก็นับว่าปรากฏขึ้นด้วยเช่นกัน
  2. Non Reactive หรือ ไม่เกิดปฏิกิริยา ผู้ตรวจไม่ติดเชื้อเอชไอวี สังเกตได้จากจุดที่ 1 ใกล้กับตัว C มากที่สุด จะปรากฏขึ้นเพียงแค่จุดเดียวเท่านั้น
  3. Invalid Result หรือ ไม่สามารถแปลผลได้ กรณีนี้อาจเกิดได้จากปริมาณเลือดที่ตรวจอาจไม่เพียงพอต่อการเกิดปฏิกิริยา สังเกตได้จากไม่พบจุดใด ๆ ปรากฏขึ้นในชุดตรวจ หรือ ปรากฏเฉพาะจุดที่ 2 ที่ห่างจากตัว C 

#ตรวจเอชไอวี #เอชไอวี #ชุดตรวจเอชไอวี #ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตัวเอง